em

[EM] Fiction : The Bubble Bond

posted on 12 Sep 2012 22:09 by razio in em
 
งอกฟิคออกมาอีกแล้ว พิมพ์cage3อยู่ๆหมาไฟค้างหายเรียบซะงั้น //พรากกก T v T
เกิดอาการงอนมาแต่งอีกเรื่องซะเลย
 
ฟิคนี้เป็นแฟลชแบคว่าด้วยความสัมพันธ์บราค่อนระหว่างโฟลกับเฟย์
แต่เรายังคงคอนเซปเดิมอย่างต่อเนื่องจ้ะ ไม่วายแต่จิ้นได้5555
 
+ + + +
 
The Bubble Bond


ครอบครัวของเรามีแค่ผมกับเฟย์สองคน เพราะอายุเราห่างกันสิบสี่ปี ผมเลยเดาว่าเราอาจจะเป็นลูกคนละแม่ ซึ่งนั่นก็แค่การสันนิษฐานเล่นๆ ผมไม่ได้นึกอยากจะรู้อยู่แล้ว
 
เมื่อตอนผมอายุสิบหก อยู่ๆ เฟย์ก็พาแฟนสาวมาที่บ้าน (บ้านของเราเป็นห้องเช่าในย่านบร็องซ์) หล่อนเป็นสาวอเมริกันหน้าตาดี ทำงานออฟฟิศ อายุราวยี่สิบปลายๆ ผมสีดำสนิทและมีดวงตาสีเขียวมรกต เฟย์เคยมีแฟนมาแล้วหลายคน แต่นี่เป็นคนแรกที่เขาพามาที่บ้าน หรือจะบอกว่าผมบังเอิญมาเจอที่บ้านก็ได้มั้ง
 
"ฉันชื่อเอพริลนะ เฟย์เล่าเรื่องเธอให้ฉันฟังแทบทุกวันเลย"
"ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก" ท่าทางของหล่อนเป็นมิตรเกินกว่าที่ผมจะทำเป็นไม่สนใจได้ หลังจากนั้นเอพริลก็มาที่บ้านของเราบ่อยขึ้น อาหารฝีมือเธออร่อยมากแม้จะเป็นเมนูง่ายๆ
 
"ที่จริงฉันอยากเป็นเชฟแหละ" หล่อนบอก
"เธอก็เป็นเชฟประจำบ้านฉันไง" เฟย์พูดน้ำเสียงอ่อนโยน ผมก้มหน้าก้มตากินอย่างเงียบๆ ฟังพวกเขาคุยกันตามประสาคนรัก
 
 
 
"โฟล นายมีปัญหาอะไรหรือเปล่า" แฟนสาวของผมถามขณะที่เรานอนเปลือยกายอยู่บนเตียงที่บ้านของเธอ "ดูไม่ค่อยร่าเริงเลยนะ"
"เปล่านี่ ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้"
"แน่ใจนะ?"
"อือ"
 
ก่อนที่จะถูกแฟนถามเซ้าซี้ไปมากกว่านี้ ผมลุกขึ้นใส่บ็อกเซอร์ หยิบบุหรี่มาคาบแล้วเดินไปที่ระเบียง สวนหย่อมที่ระเบียงบ้านแฟนเป็นสิ่งที่ผมคุ้นตามาได้พักใหญ่แล้ว ช่วงหลังมานี้การมาของเอพริลทำให้ผมมาสิงสู่อยู่ที่บ้านแฟนบ่อยขึ้น พวกนั้นไม่ได้ไล่อะไรผมหรอก แต่ผมรู้สึกอึดอัดเหมือนกำลังรบกวนพวกเขาอยู่
 
ผมดับบุหรี่ในกระถางต้นกระบองเพชรน่าตาน่าเกลียดของพ่อแฟนแล้วจุดมวนใหม่ คุณไม่ต้องรู้สึกสงสารมันหรอก พ่อแฟนผมก็นิยมดับบุหรี่ในกระถางอันนี้เหมือนกัน ดูจากปริมาณก้นกรองในนี้แล้วน่ะนะ ไม่เพียงแค่เจ้ากระบองเพชรนี่ที่น่าเกลียด ต้นไม้ทุกต้นบนสวนหย่อมนี้ล้วนเหี่ยวแห้ง ใกล้ตาย ใบเหลืองกรอบไร้ชีวิตชีวา แทบจะดูไม่ออกว่าเป็นต้นอะไร แฟนผมบอกว่าพ่อเธอชอบปลูกต้นไม้ ให้ตาย, ซากพวกนี้ดูไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตบนโลกด้วยซ้ำ
 
บางทีพ่อของแฟนผมอาจจะหลงใหลในสุนทรียภาพของความเหี่ยวเฉาก็เป็นได้ แบบกัปตันฮุคที่มีความสุขจนบินได้เมื่อนึกถึงการเข่นฆ่าเด็กๆ และปีเตอร์แพน ผมเองก็อาจจะจัดอยู่ในคนจำพวกนี้ ผมไม่อยากเห็นเฟย์มีความสุขอยู่กับแฟนสาวของเขา ผมคิดแบบนี้จริงๆ
 
"วันนี้พ่อเธอกลับบ้านหรือเปล่า"
"ไม่รู้ซี, นายจะค้างเหรอ"
"อืม จะอยู่สักอาทิตย์"
 
พ่อของหล่อนไม่ได้กลับมา ผมใช้เวลาทั้งสัปดาห์ที่บ้านของแฟนตามที่แสดงเจตจำนงค์ไว้ ทุกเช้าผมจะเดินไปส่งแฟนที่โรงเรียน กลับมานอนแล้วก็เดินไปรับเธอในตอนบ่าย ที่จริงผมก็เรียนห้องเดียวกับเธอนั่นแหละ แต่ผมไม่อยากเรียน โทรศัพท์บ้านดังกระหน่ำตั้งแต่วันที่สองที่ผมมาค้างที่นี่ เป็นเฟย์อย่างไม่ต้องสงสัย ผมถอดสายโทรศัพท์ออกก่อนจะกลับไปนั่งหน้าทีวีอีกครั้ง ทีวีที่บ้านนี้จอใหญ่สะใจจะตาย ทำไมต้องกลับไปนั่งดูทีวีจอสิบเจ็ดนิ้วด้วย
 
เย็นวันอาทิตย์ผมตัดสินใจกลับบ้านเพราะเงินหมดเกลี้ยงและไม่อยากเสี่ยงดวงว่าพ่อของแฟนจะกลับมาเมื่อไหร่ ผมควานหาเศษเหรียญใต้เบาะในห้องรับแขกเพื่อรวมเป็นค่ารถบัส
 
ผมขุดคุ้ยเข้าไปในตัวเองเพื่อหาต้นตอของความรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตตลอดทั้งสัปดาห์ที่บ้านแฟนสาว แต่ผลคือว่างเปล่า อาจเพราะฮอร์โมนที่กำลังปรับเปลี่ยนตามกระบวนการธรรมชาติ สิ้นสุดกระบวนการนี้ผมจะกลายเป็นคนแบบไหนกันนะ
 
ระหว่างเดินจากป้ายรถบัสมาที่บ้าน ผมแวะขอบุหรี่กับตาแก่ผิวดำที่ร้านขายของชำใกล้ๆ ปลิ้นกระเป๋ากางเกงให้ดูว่าผมไม่เหลือเงินสักเซนต์
 
"พี่ชายเอ็งตามหาเอ็งให้ควั่ก" เขาพูด มือเหี่ยวๆ ส่งบุหรี่ให้ผม
"ไปอยู่กับแฟนมา"
"วะ เอ็งนี่มันร้ายเสียจริง เหมือนสมัยข้าหนุ่มๆ"
"จริงเหรอ เล่าให้ฟังหน่อยสิ" ผมพูดเหมือนสนใจจะฟังเต็มแก่ แต่ความจริงแล้วผมแค่อยากถ่วงเวลาไปอีกสักนิด แถมยังได้เบียร์ฟรี ละแวกนี้ใครๆ ก็รู้ว่าถ้าอยากกินเบียร์ฟรีให้มาชวนตาแก่คนนี้คุย
 
วันนี้วันอาทิตย์ เอพริลคงมาที่บ้าน เอพริลนิสัยดีและพวกเขาก็อยู่ในช่วงวัยที่เหมาะจะมีใครสักคนแล้ว ผมรู้สึกเป็นส่วนเกิน เป็นตัวละครที่ไม่มีใครประสงค์รับเชิญ ทำไมต้องรู้สึกแบบนั้นด้วยนะ ในเมื่อผมอยู่ที่นี่มาตลอด ผมไม่เคยมีเซ็กซ์ในบ้านที่ตัวเองอาศัยอยู่ เคารพห้องเช่าเก่าๆ นั่นราวกับโบสถ์ ผมเติบโตในนี้และไม่ต้องการจะนึกถึงภาพอย่างว่าในเวลาที่ก้าวเข้ามาในบ้านตัวเอง
 
แต่เฟย์ไม่ได้คิดแบบผม วันที่เฟย์พาเอพริลมาที่บ้าน ผมต้องไปเข้าค่ายกับที่โรงเรียน แต่ผมชิ่งไปกินเหล้ากับเพื่อน เกิดปัญหานิดหน่อยเราโดนพวกตำรวจไล่กวด ผมจึงตัดสินใจกลับบ้าน พวกเขากำลังใส่เสื้อผ้าตอนที่ผมเข้าไปถึง เตียงที่ผมนอนกับเฟย์ทุกคืนยับยู่ยี่ ไม่ต้องบอกว่าพวกเขาเพิ่งซัดกันเสร็จหมาดๆ ความกระอักกระอ่วนซึมออกมาในบรรยากาศ ในที่สุดผมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วถามเฟย์ว่าหล่อนเป็นใคร ทุกอย่างไปได้สวย พวกเขาสองคนดูโล่งใจมาก
 
"แล้วพี่เอ็งคบกับสาวนั่นนานหรือยัง"
"สองสามเดือนได้ แต่อีกไม่นานก็คงเลิกแล้วล่ะมั้ง" ชายชราหัวเราะลั่นตอนผมพูดจบ เขารินเบียร์เพิ่มให้ ผมยกแก้วขึ้นมาชนกับเขาแล้วกระดกรวดเดียวหมด
 
ผมไม่อยากทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจ ผมไม่ใช่คนแบบนั้น 
 
 
 
"อ้าวโฟล หายไปไหนมา รู้ไหมเฟย์เป็นห่วงเธอขนาดไหน"
"ก็อยู่แถวๆ นี้แหละ" ผมตอบ ยังคงยืนค้างอยู่ที่ประตู
"เฟย์เขาออกไปตามหาเธอแน่ะ ป่านนี้ไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ แล้วกินอะไรมาหรือยัง"
 
มีแค่เอพริลอยู่คนเดียว ดูเหมือนเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ กลิ่นแชมพูที่พวกเราใช้ร่วมกันฟุ้งอยู่ในห้อง ผมมึนวูบวาบใบหน้าร้อนผ่าว เบียร์สามสี่ขวดกำลังแผลงฤทธิ์ ผมขยับมือไปล็อคประตู
 
"ยัง แล้วก็หิวมากด้วย"
 
แล้วหลังจากนั้นผมก็ทำอย่างว่ากับเธอ ร่างกายของสาวโตเต็มวัยเร้าอารมณ์กว่าเด็กอายุสิบหกอย่างแฟนผม ช่องทางของเธอชื้นแฉะ อาจจะเพิ่งมีอะไรกับเฟย์ก่อนที่เขาจะออกไป ตอนแรกเหมือนเอพริลขัดขืนอยู่บ้าง แต่แล้วเราก็ร่วมรักกันอย่างหิวกระหาย ความใคร่เข้าครอบงำเธอกับผมอย่างสมบูรณ์แบบ
 
เสียงเคาะประตูดังมากระทบโสตประสาท เฟย์กลับมาแล้ว แต่อย่างที่บอก, ผมเมา ถึงไม่เมาก็คงไม่สนใจอยู่ดี เอพริลพยายามผลักตัวผมออกจนน่ารำคาญ ผมรวบแขนของหล่อนกดไว้เหนือศีรษะ ขยับร่างกายต่อไปอย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ผมกำลังมีเซ็กซ์กับผู้หญิงของพี่ชายโดยที่พี่ชายยืนอยู่ที่หน้าประตู
 
เมื่อได้ปลดปล่อยทุกอย่างออก ผมหมดแรง เอพริลผลักผมออกห่างซึ่งผมก็ถอยมาอย่างว่าง่าย ผมเอื้อมไปหยิบบุหรี่ในกระเป๋ากางเกงมาจุดสูบขณะที่ยืนดูหล่อนหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศกับเสียงสะอื้นของเธอเท่านั้น ฉากประมาณนี้ผมเห็นบ่อยในทีวี ไม่นึกว่ามันจะมีอะไรทำนองนี้จริงๆ นอกเหนือจากในรายการโทรทัศน์ และไม่นึกเลยจริงๆ ว่าจะได้มีโอกาสยืนยันข้อเท็จจริงข้อนี้
 
เอพริลแต่งตัวเก็บข้าวของแล้วออกไปโดยปราศจากคำพูดใดๆ มีเพียงแววตาตัดพ้อที่มองมาที่ผม ผมสวมกางเกง เดินออกมาที่ประตูที่เปิดค้างไว้ เฟย์นั่งพิงกำแพงอยู่กับพื้น นั่งกอดเข่าเหมือนคนที่สิ้นหวังที่สุดในโลก
 
"เฮ้ นั่งทำอะไรอยู่น่ะ" ผมดีดบุหรี่ใส่ปลายรองเท้าของเขา
 
เมื่อเฟย์เงยหน้าขึ้น ผมสังเกตเห็นว่าเขากำลังร้องไห้
 
คืนนั้นเรานอนด้วยกันเหมือนปกติ กลิ่นของเอพริลยังติดอยู่บนเตียง หลังจากหล่อนไปเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันเลยแม้แต่คำเดียว ผมนอนไม่หลับเช่นเดียวกับเฟย์ เขานอนหันหลังให้ผม แต่ผมรู้ว่าเขายังไม่หลับ เราเป็นพี่น้องกัน เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน สายสัมพันธ์ของเราไม่เหมือนสายสัมพันธ์ของคู่แฝด แต่ผมหมายความอย่างที่พูดจริงๆ เราเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน
 
"เล่าเรื่องราชสีห์กับหนูให้ฟังหน่อยสิ" ผมพูดกับแผ่นหลังของเขาในความมืด แผ่นหลังที่อบอุ่นอ่อนโยนในคืนนี้ดูว่างเปล่าอย่างที่ไม่เคยเป็น เขาไม่ได้เล่านิทานนานมากแล้วตั้งแต่ผมเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น
 
"ขอโทษนะ ฉันง่วง" เขาตอบสั้นๆ
 
ผมรังเกียจตัวเองขึ้นมาอย่างรุนแรง รู้สึกชั่วร้าย แต่ในขณะเดียวกัน ส่วนลึกในจิตใจของผมกลับมีความสุข ผมกำจัดหล่อนออกไปจากเฟย์แล้ว
 
+ + + +
 
ผมบอกเลิกแฟนสาวอายุสิบเจ็ด จากนั้นก็หมกมุ่นตามหาที่อยู่ของเอพริลเป็นเดือน และใช้เวลาอีกหลายเดือนเพื่อจีบเธอ ในที่สุดเราก็คบกัน แต่ผมก็ไม่ได้พาเธอไปพบกับเฟย์แม้ว่าเขาจะรู้เรื่องนี้ก็ตาม เฟย์รักหล่อนมาก ผมรู้สึกรับผิดชอบที่ทำลายพวกเขา และผมไม่ต้องการให้ผู้หญิงที่พี่ชายผมรักไปคบกับใคร ดังนั้นผมจึงตัดสินใจเป็นคนรักของหล่อนแทน
 
ระหว่างเฟย์กับผมทุกอย่างเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง กล่าวคือเพราะผมเอง ด้วยความรู้สึกผิดในใจ ผมทำตัวแย่ๆ ใส่เฟย์และแสร้งว่าเกลียดเขา ยิ่งเฟย์พยายามทำตัวเหมือนเดิมมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งเกลียดตัวเองมากขึ้นเท่านั้น ความเฉยชาต่อเขาค่อยๆ กลายเป็นสิ่งสามัญในชีวิตของผม ผมได้แต่ทำให้เขาผิดหวังไปจนกว่าเขาจะเกลียดผมขึ้นมาจริงๆ แต่ผมดูแลเอพริลเป็นอย่างดี เมื่อไม่ได้มีเฟย์เข้ามาเกี่ยว, ผมรักเอพริล
 
หนึ่งปีต่อมาเธอตั้งท้อง ผมลาออกจากโรงเรียนและทำงานอย่างหนักรวมไปถึงเรื่องผิดกฏหมายบางอย่างเพื่อเอาใจเธอและพาเธอไปเที่ยว
 
วันที่เอพริลคลอดลุยจิ ลูกชายของเรา เป็นครั้งแรกตั้งแต่เหตุการณ์ในตอนนั้นที่เฟย์กับเอพริลได้พบกัน ผมนั่งอ่านคู่มือการเลี้ยงดูเด็กอยู่ที่โซฟา ทำเป็นไม่ได้เห็นได้ยินอะไรทั้งนั้น ผมควรจะให้เวลาส่วนตัวพวกเขา แต่ไม่ล่ะ, ผมเกลียดทุกครั้งที่เฟย์กับเอพริลอยู่ด้วยเดียวกัน โดยเฉพาะสองต่อสอง
 
"ลูกพวกเธอน่ารักดีนะ" เฟย์พูด วางช่อดอกไม้สีสันสดใสไว้ที่โต๊ะหัวเตียง สีหน้าและแววตาไม่บ่งบอกความรู้สึกใด
 
"น้องชายของฉันรักเธอกับลูกมาก หวังว่าเธอคงรักโฟลเท่าที่โฟลรักเธอนะเอพริล"
"ฉันรักเขากับลูกมากกว่าใครทั้งนั้น" เอพริลตอบ
 
"ดีแล้ว" เฟย์พูดยิ้มๆ "แต่เสียใจด้วยนะที่เธอต้องแพ้ฉัน เพราะในโลกนี้ไม่มีใครรักโฟลกว่าฉันอีกแล้ว และเขาก็จะไม่มีวันรักใครเท่าฉัน มีแค่พวกเราเท่านั้นบนเนินเขาแสนเศร้า"
 
ห้องคนไข้ตกอยู่ในความเงียบ ลุยจิหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนของเอพริล เฟย์เดินออกไป ทิ้งช่อดอกไม้กับคำพูดที่มีแต่ผมคนเดียวเท่านั้นที่เข้าใจเอาไว้
 
หลังจากเอพริลออกจากโรงพยาบาล ผมย้ายไปอยู่ที่บ้านของเธอที่แมนฮัตตัน และไม่ได้ติดต่อกับพี่ชายอีกเลย
 
แต่ผมรู้สึกได้ ไม่ว่าที่ไหนสายสัมพันธ์ของเราจะยังคงอยู่เสมอ มันเหมือนฟองเล็กๆ โปร่งแสงที่เรียงร้อยต่อกันเชื่อมโยงเราไว้ แม้เป็นเพียงสายใยฟองอากาศที่บางเบาและเจ็บปวด แต่มันก็ยังมีอยู่, ผูกพันเราไว้ด้วยกัน
 
 
บนเนินเขาแสนเศร้า
มีต้นไม้พลาสติกอยู่ต้นหนึ่ง
เธอยังอยู่กับฉันหรือเปล่า?
แค่เหม่อมองเรื่องราวเพ้อฝันอีกสักวัน
 
เมื่อเธอกับฉันใกล้กัน, เมื่อเธอกับฉันใกล้กัน
 
 
End
 
+ + + +
 
 
ในที่สุดก็ได้เขียนฟิคเกี่ยวกับเมียโฟลซะที เป็นฟิคเบาๆใสๆ อ่านง่ายไม่อินดี้ (เหรอ?)
โฟลเป็นบราค่อนโรคจิตอย่างไม่ต้องสืบ ไล่เก็บเมียพี่ตลอดทุกฟิค กร้ากก
 
อย่างที่เห็น โฟลยังไม่ได้ทำตัวอีโมอย่างในcage อันนี้ยังใสๆแบ๊วๆ
แต่นี่ยังไม่ใช่ต้นตอที่แกturn dark side อันนั้นถ้าจะเขียนคงต้องบิลด์ตัวเองอย่างหนัก
อยากแต่งต่อมาก ชอบเล่นthemeบราค่อน แต่ต้องรับผิดชอบcageให้จบก่อน ยืมลูกเขามาเยอะ Orz